โมโตคอมโปไม่มีขาย อยากได้ต้องซื้อรถ
โดย ผจญ ลานเหลือ

 

 

ชื่ื่อโมโตคอมโป MOTOCOMPO ไม่น่าจะเป็นชื่อที่คนทั่วไปคุ้นหูแต่ถ้าเอ่ยชื่อฮอนด้าโมโตคอมโป HONDA  MOTOCOMPO

ก็ไม่น่าจะเดาผิดหรอกว่า ชื่อนี้หากไม่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ก็ต้องเป็นมอเตอร์ไซด์อย่างแน่นอน คงไม่ถลำลึกไปถึงเครื่องตัดหญ้าหรือ เครื่องปั่นไฟ แล้วถ้าผมเฉลยว่า ชื่อนี้มันเกี่ยวข้องทั้งมอเตอร์ไซด์และรถยนต์หละ จะเดาต่อได้ไหมครับ

โมโตคอมโป เป็นมอเตอร์ไซด์จิ๋ว หรือจะเรียกว่าสกู๊ตเตอร์จิ๋วก็ไม่ผิด  โมโตคอมโป มีดีไซ์เป็นเอกลักษณ์ ของตัวเองอย่างชัดเจนจริงๆ คือเกิดมาไม่เหมือนหรือคล้ายใครเลยแม้แต่นิดเดียว แม้กระทั่งวัตถุประสงค์ ์ในการผลิตก็แตกต่างจากมอเตอร์ไซด์ฮอนด้ารุ่นพี่รุ่นน้องท้องเดียวกันทั้งหมดคือ ไม่ได้เกิดมาเพื่อขายหรือ จำหน่ายแต่อย่างใด แต่เกิดมาเพื่อเป็นของแถมให้กับผู้ซื้อรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ HONDA  CITY  TURBO แบบเก๋ง 3 ประตู  แฮทช์แบ็ค (hatchback) ที่เปิดตัวจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกใน ปี ค.ศ. 1982  (พ.ศ. 2525) เพียงปีเดียวเท่านั้นและหลังจากนั้นก็ไม่มีการผลิต โมโตคอมโป ต่อไปอีกเลย เราจะ พบคำโฆษณาว่า "HONDA  CITY  with  MOTOCOMPO" พร้อมกับรูปวาดรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ แบบการ์ตูนกับข้อความ  No Tricks, Just Like  A  Pair  Of  Sneakers. Enjoy  It, Driving  Miles  With 

Smile. และมีคำบรรยายต่อว่า  Get  a  peak  at  what's  coming  up  in  city. And  make  every  day  your  exciting  day. Don't  miss  the  chance  to  try  the  newest  fad. The  latest  craze  in  the  city. It  offers  you  everything  you  want. ซึ่งข้อความโฆษณาเหล่านี้ได้ปรากฎลงในของที่ระลึก หลายชนิดด้วยครับ
 

รายการซื้อรถแถมมอเตอร์ไซด์ครั้งนี้ทำให้มีเรื่องเล่าแซวกันว่ารถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบรุ่นนี้ไม่ม

ยางอะไหล่แถมมาให้เพราะแถมมอเตอร์ไซด์จิ๋วคันนี้ให้แทนแล้ว เพื่อเวลายางแตกเจ้าของรถจะได้ขี่เอายาง ไปปะที่ร้าน…คิดได้ยังไงเนี่ย  ใครเป็นต้นเรื่อง อยากรู้จักไว้เป็นเพื่อนจังเลยครับ  มุขนี้ทำให้คนที่ซื้อรถ มาแล้วต้องรีบเปิดฝาท้ายเช็คยางอะไหล่กันเป็นแถวเลยครับ

เจ้า โมโตคอมโป คันน้อยนี้เดิมปล่อยข่าวมาว่ามีสีให้เลือกมากมายตามสีของรถที่ซื้อ แต่แท้จริงแล้ว มีให้เลือก เพียง 3 สี ครับ มี แดง , เหลือง และขาว   โดยถูกออกแบบให้จัดวางบนพื้นที่ด้านฝาท้ายของ ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ อย่างเรียบร้อย ไม่เกะกะหรือบดบังทัศนียภาพในการมองเห็นแต่อย่างใดในขณะขับขี่ และไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดล้ำแดนมาในพื้นที่โดยสาร โดยกินเนื้อที่น้อยนิดเพียงยาว 118  ซ.ม. สูง  54  ซ.ม. กว้าง  33   ซ.ม. สรุปสั้นๆ คือออกแบบมาดี ไม่ต้องอธิบายให้ยาวนาน

โมโตคอมโป ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายแบบไม่เลือกเพศเลือกวัย โรงงาน ฮอนด้า จึงบรรจุเครื่องยนต์ขนาด 49 ซี.ซี ระบบสองจังหวะ  1 สูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศ แบบไม่มีเกียร์ลงไป ขับขี่ง่ายแสนง่าย แค่ใช้มือ บิดคันเร่ง เร่งปรื๊ด เร่งปรื๊ด ล้อก็หมุนแล้วครับ โดยมี ีที่พักเท้าคนขับ (Step) ทรงเหลี่ยมแบบพับเก็บได้ข้างละ 1อัน  สตาร์ตเครื่องยนต์ด้วยการ

ใช้ก้านเท้าโยกซึ่งอยู่ในตำแหน่งด้านซ้ายของตัวรถ โดยออกแบบท่าสตาร์ตให้ผู้ขับขี่ยืนฝั่งซ้ายของตัวรถ แล้วใช้มือทั้งสองข้างจับมือจับ (handle)  จากนั้นใช้เท้าขวาเหยียบก้านโยกสตาร์ต   ท่อไอเสียและหม้อพักเก็บซ่อนไว้ในตัวถังอย่างดี ปล่อยให้ปลายท่อเล็กๆ พ่นควันเสีย ออกมาทางด้านท้ายฝั่งขวาเท่านั้น
ตัวถังรถของรถ (เปลือก) ทำจากพลาสติกเหนียวประเภท พีอี ทรงกล่องเหลี่ยมห่อหุ้มโครงรถที่เป็นเหล็กมีคุณสมบัติของความเป็น มอเตอร์ไซด์สองล้อครบถ้วนตั้งแต่ไฟหน้าทรงเหลี่ยมปาดโค้งมนเป็นของสเตนเลย์ STANLEY  ที่ให้แสงสว่างสมตัวยึดติดกับตัวถังอยู่กับที่ จึงไม่หมุนเลี้ยวตามมือจับ  ไฟเลี้ยวหน้าสีส้มทรงกลมของ สเตนเลย์เช่นกัน  ยึดติดที่มือจับบริเวณใต้ก้านบีบเบรกทั้งข้างซ้ายและข้างขวา  ไฟท้ายและไฟเลี้ยวหลังรวมอยู่เป็นชุดก้อนเดียวกันเป็นของสเตนเลย์แถมมีไฟเบรกและแผ่นสะท้อนแสง (Reflexter) ในตัวอีกด้วย และที่ใต้ไฟท้ายจะทำเป็นช่องให้แสงไฟผ่านได้เพื่อเป็นไฟส่องป้ายทะเบียนในตัวด้วยครับ
 

มือจับทรงสูง มีความยาว 39 เซ็นติเมตรโดยวัดจากจุดพับ เพื่อให้ขับขี่ถนัด ชุดบิดคันเร่งอยู่ที่มือขวาเหมือนมอเตอร์ไซด์ทั่วไป 

ก้านบีบเบรกหน้าอยู่ที่มือขวาปลายก้านบีบเบรกทั้งสองข้างมีติ่งกลมหุ้มยางกันกระแทก   ก้านบีบเบรกหลังอยู่ที่ มือซ้ายไม่ว่าเบรกข้างใดก็จะส่งสัญญาณให้ไฟเบรกติดทั้งสิ้น และที่ก้านบีบเบรกด้านซ้ายจะมีกระเดื่องล็อค เบรกหลัง ทำหน้าที่คล้ายกับเบรกมือในรถยนต์ ใช้ในเวลาติดเครื่องยนต์แล้วไม่ต้องการให้ล้อหลังหมุน และมีรูใส่กระจกมองหลังที่ชุดบีบเบรกทั้งซ้ายและขวา ที่ปลายมือจับด้านขวามีมือบิดคันเร่งอย่างเดียว ส่วนที่ ปลายมือจับด้านซ้ายจะมีก้านสวิตช์ไฟสูง - ต่ำ, ก้านไฟเลี้ยว และปุ่มกดแตรที่มือจับด้านขวาใต้มือบิดคันเร่ง มีกระปุกเกจวัดความเร็วทรงสี่เหลี่ยมยึดติดอยู่ ตัวเลขสูงสุดอยู่ที่ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่แนะนำให้วิ่งไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (White Arc)  ช่วงความเร็วอันตราย (Red  Arc) เริ่มตั้งแต่ 25 จนถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ไม่มีมิเตอร์นับระยะทางวิ่ง (Speedometer) แต่มีหลอดไฟเตือนน้ำมันเครื่องเมื่อเหือดแห้ง
 

ถังน้ำมันเป็นเหล็กปั้มขึ้นรูปซ่อนเก็บอยู่ในตัวถัง มีเข็มบอกระดับน้ำมันด้วยลูกลอย เหนือถังน้ำมันเป็นแป้นกุญแจสวิตช์สตาร์ต

เครื่องยนต์ และด้านซ้ายของแป้นกุญแจจะมีก้านโช๊คที่มีปลายสีเหลืองติดตั้งอยู่ใกล้กับถังน้ำมันด้านล่างมีถังน้ำมันออโต้ลูฟ ที่ทำจาก พลาสติกสีขาวรอบๆ ตัวถังออกแบบให้มีจุดยก (CARRYPOINT) อยู่ 4 จุด เป็นตำแหน่งที่รับแรงได้มากที่สุดและที่มุม ตัวถังหน้าด้านซ้าย จะมีสายสลิงสำหรับล่ามรถกับเสาเพื่อกันขโมยซ่อนเก็บอย่างมิดชิด  ที่ผนังตัวถังด้านซ้ายมีลูกบิดขนาดใหญ่ เปิดปิดสวิตช์น้ำมันบิดไป ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาคือ เปิด (ON) , ตำแหน่ง 3 นาฬิกาคือ ปิด (OFF) แบตเตอรี่ 6 โวลต์ขนาดเล็กพิเศษ (Yuasa 6N2B - 2C) ซ่อนเก็บอยู่ภายในผนังตัวถังด้านซ้าย โดยเจาะช่องให้พอมองเห็นเพื่อตรวจสอบระดับน้ำกลั่น
 

เห็นรูปทรงแล้วคงมีคำถามว่ามือจับทรงสูงเก้งก้างอย่างนี้แล้วจะขนใส่รถได้อย่างไร? ที่บริเวณใกล้จุดหมุนของก้านบีบเบรกของ

ปลายมือจับทั้งสองข้างจะมีลูกบิดที่ทำร่องคล้ายกับเฟืองทำหน้าที่เป็นตัวล็อค (TIGHTEN) และคลายล็อค (LOOSEN) เมื่อต้องการ พับมือจับเก็บ หรือกางเพื่อใช้งานโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ ทั้งสิ้น มือจับแต่ละข้างจะพับเก็บเข้าไปซ่อนอยู่ภายในตัวถังพลาสติก เมื่อต้องการจะขนย้าย ต่อจากนั้นเราจะกางฝาปิดสีดำที่ปกติถูกพับครึ่งวางปิดล็อคเพื่อความเรียบร้อยอีกที  และที่ฝาปิดตัวถังด้านบน จะมีกุญแจล็อคหมวกกันน็อค (HELMET  HOLDER) ติดมาให้ด้วย

เบาะนั่งก็เช่นกันเมื่อไม่ใช้งานก็สามารถปลดล็อคลดระดับความสูงเก็บในตัวถังได้เช่นกัน  ซึ่งหากในขณะวิ่งอยู่ แล้วเบาะเกิดทรุด หรือตั้งใจกดเพื่อเก็บเครื่องยนต์จะถูกตัดให้ดับทันทีเพื่อความปลอดภัย  ดังนั้นเมื่อเก็บมือจับ เก็บเบาะเรียบร้อยแล้ว ส่วนบนของ โมโตคอมโป ก็จะราบเรียบทันที

โมโตคอมโป ใช้ล้อเหล็กเล็กจิ๊วขนาด 8 นิ้ว ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ตะเกียบล้อหน้าเป็นโช๊คสปริงของ โชวา (SHOWA) บังโคลนหน้าเป็นพลาสติกสีดำ มีขาตั้งหลัก (Main Stand) ยกล้อหลังลอย  ไม่มีขาตั้งด้านข้าง  เบรกหน้าและเบรกหลังเป็นเบรกดรัมทั้งคู่  ..ขอบอกจ้า

 

โมโตคอมโป เข้ามาในเมืองไทยได้อย่างไร? ช่องทางเดียวช่องทางเดิมคือมารวมกับชิ้นส่วนอะไหล่เก่าจากญี่ปุ่น ที่พ่อค้า

เชียงกงไปเหมามาสภาพที่มาถึงเมืองไทยคือ ของเก่าที่พี่ยุ่นไม่ใช้แล้ว น้องไทยต้องจับมาขัดสี ฉวีวรรณ กันใหม่ คำแนะนำในการเลือกซื้อโมโตคอมโปคืออยากให้สังเกตที่กระเปาะใต้ไฟท้ายส่วนใหญ่มักจะหักหรือแตก หนักกว่านั้นคือไม่มีเพราะผู้ใช้้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ใช้เป็นจุดหิ้วถือทั้งๆที่มีสติกเกอร์คำเตือนห้ามจับ (UNTOUCHABLE) แปะอยู่แต่ไม่เป็นไรครับหักก็หักขอให้ชิ้้นส่วน อยู่ครบอย่าหายก็แล้วกัน…ซ่อมได้  ตามเพลงพี่เบิร์ด  และแบตเตอรี่ที่ใช้ก็เป็นเบอร์ที่หายากมากๆซะด้วย ปัจจุบัน โมโตคอมโป กลายเป็นของแปลกที่หายากไปแล้วเพราะมีอายุ 20 กว่าปี คันไหนสภาพดีพี่ยุ่นยอมทุ่มเงินซื้อกลับหมด ใครที่เลี้ยงไว้อยู่ดูแลให้ดีนะครับ สำหรับท่านที่ต้องการข้อมูล โมโตคอมโป เพิ่มเติม หรืออยากพูดคุยกับเจ้าของ โมโตคอมโป สามารถติดต่อได้ง่ายเพราะตอนนี้สิงห์มอเตอร์ไซด์ ล้อเล็ก ทั้งหลายเขานัดกันไปรวมตัวกันที่ "ลิงน้อยสโมสร" ที่มีเว็บไซต์ชื่อว่า  www. Monkey Club Thailand .com สวัสดีครับ…Hello  Moto...

บทความพิเศษจาก GM Magazine ฉบับที่ 335

ประจำเดือน มิถุนายน 2549

สงวนลิขสิทธิ์ ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องเรียบร้อย

บทความพิเศษจาก GM Magazine ฉบับที่ 337 ประจำเดือน มิถุนายน 2549

สงวนลิขสิทธิ์ ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องเรียบร้อย

 

รวมรูป MOTOCOMPO

 

 

กลับด้านบน

www. Monkey Club Thailand .com